๑. ภิกษุทั้งหลาย ! มหาโจรบางคนในโลกนี้ ย่อมปรารถนาอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราจะมีพวกร้อยหนึ่งหรือพันหนึ่ง เป็นบริวาร แล้วท่องเที่ยวไปเพื่อเบียดเบียนชาวบ้านตามนิคมน้อยใหญ่
สมัยต่อมา เขาได้มีพวกเป็นร้อยหรือพันแล้ว ได้เที่ยวเบียดเบียนชาวบ้านตามนิคมต่างๆ ด้วยตนเองบ้าง ด้วยบริวารบ้าง ฉันใด ?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้เลวทรามบางรูปในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ย่อมปรารถนาอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอเราจะมีภิกษุร้อยหนึ่งหรือพันหนึ่งเป็นบริวาร แล้วเที่ยวจาริกไปในนิคมน้อยใหญ่อันคฤหัสถ์และบรรพชิตสักการะ เคารพนับถือบูชาและยำเกรง ได้จีวร บิณฑบาต และเสนาสนะ และยารักษาโรค
ในสมัยต่อมา เธอเป็นผู้มีภิกษุร้อยหรือพันแวดล้อมแล้วเที่ยวจาริกไปในนิคมน้อยใหญ่ มีคฤหัสถ์และบรรพชิตสักการะ เคารพ นับถือ บูชา และยำเกรงแล้ว ได้ปัจจัย ๔ ตามความต้องการแล้ว
ภิกษุทั้งหลาย ! นี่ก็นับว่าเป็นมหาโจรจำพวกที่ ๑ ที่มีปรากฏอยู่ในโลก
๒. ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้เลวทรามบางรูป ในธรรมวินัยนี้ เล่าเรียนธรรมวินัย อันตถาคตประกาศไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้โอ้อวด ยกตัว นี่ก็จัดว่าเป็นมหาโจรจำพวกที่ ๒ ที่มีปรากฏอยู่ในโลก
๓. ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้เลวทรามบางรูป ในธรรมวินัยนี้ ย่อมตามกำจัดเพื่อนพรหมจารีผู้หมดจด ผู้ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์อยู่ ด้วยสิ่งอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์อันหามูลมิได้ นี้ก็เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๓ ที่มีปรากฏอยู่ในโลก
๔. ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้เลวทรามบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมสงเคราะห์เกลี้ยกล่อมคฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยครุภัณฑ์ครุบริขารของสงฆ์ คือ อาราม พื้นที่อาราม วิหาร พื้นที่วิหาร เตียง ตั่ง ฟูก หมอน หม้อโลหะ อ่างโลหะ กะถางโลหะ กระทะโลหะ มีด ขวาน ผึ่ง จอบ สว่าน เถาวัลย์ ไม้ไผ่ฯ นี้ก็เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๔ ที่มีปรากฏอยู่ในโลก
๕. ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้กล่าวอวดอุตริมนุสธรรมอันไม่มีอยู่ อันไม่จริง นี่ก็จัดเป็นยอดมหาโจรในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?
เพราะภิกษุนั้น ฉันก้อนข้าวของชาวแว่นแควน ด้วยอาการแห่งคนขโมยๆ”.
จตุตถปาราชิกกัณฑ์ วินัย ๑ / ๓๙๑


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น